วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เรื่องของ....ความคิด

อยากบินได้เหมือน(นก) บินไปนั่น โน่น นี่ เหนื่อยตรงไหนก็หยุดพัก อาจบินเส้นทางเดิมหรือเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ ตามใจ(นก)

สิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็น ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา... แม้จะรับได้บ้าง รับไม่ได้บ้าง สุดท้ายก็ต้องยอมรับมัน!!!

นานาจิตตัง  ถูกใจอีแร้ง...ไม่ถูกใจอีกา  ชอบใจครูบา...แต่ไม่ชอบใจเณรน้อย  ถูกใจเธอ...แต่ไม่ถูกใจฉัน

เห็นอะไรชอบ ไม่ชอบ ปล่อยไว้ก่อน เรื่องของคนอื่น พยายามอย่าให้เข้ามาที่จิตใจเรา ถ้าไม่ระวัง!! ก็จะยุ่งกับเรื่องของคนอื่นไปเรื่อยๆ หาเรื่องอยู่อย่างนั้น...เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องของเราหมด มีแต่ยินดี ยินร้าย พอใจ ไม่พอใจ ทั้งวันๆ ก็หมดแรง  ทั้งวันๆ ก็เหนื่อยใจ




ที่มา :: ความคิดส่วนตัวล้วนๆ

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การขอคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก บรื้นๆๆ

การที่จะยื่นเอกสารขอรับเงินคืนภาษีรถยนต์คันแรกได้นั้น จะต้องได้รับ ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ก่อน   บางท่านอาจได้รับแค่ใบคู่มือจดทะเบียนรถอย่างเดียว ยังไม่ได้ป้ายขาว ก็สามารถดำเนินเรื่องขอคืนเงินได้ทันที จากประสบการณ์เจ้าของบล๊อก(เนื่องจากเซลล์แจ้งว่า..ตอนนี้ป้ายขาวหมด)

เราสามารถยื่นเอกสารขอรับเงินคืนภาษีรถยนต์คันแรก ได้ 2 ที่ คือ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตามทะเบียนบ้าน หรือ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่จดทะเบียนรถ

ก่อนอื่นเรามาเตรียมเอกสารกันก่อน ดังนี้นะ
  1. ใบคำขอใช้สิทธิ์ฯ และเงื่อนไขสำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล
  2. หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์ใหม่คันแรก
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถ
  6. สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขอใช้สิทธิ์ (บัญชีที่จะให้โอนเงินเข้า)
  7. สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
  8. สำเนาหลักฐานการซื้อรถยนต์ใหม่คันแรก
  • กรณีซื้อเงินสดใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาซื้อขาย และสำเนาเอกสารการรับมอบรถยนต์
  • กรณีเช่าซื้อใช้สำเนาใบเสร็จรับเงิน และสำเนาเอกสารการรับมอบรถยนต์  
  • อื่นๆๆๆ อาจเตรียมสัญญาจองรถยนต์แนบไปด้วย 

มุมแนะนำ
  • เอกสารข้อ 1 ข้อ 2 ให้ใช้ฟร์อมล่าสุดของกรมสรรพสามิตที่มี ตราสัญลักษณ์กรมสรรพสามิตเป็นลายน้ำ
  • สำเนาเอกสารข้อ 3 - 8 ให้เซ็นรับรองสำเนาให้ครบถ้้วน
  • กรณีจ่ายเป็นเช็ค ใบรับเช็คไม่ใช่ใบเสร็จรับเงิน ใช้แทนกันไม่ได้ 
  • หลังจากยื่นเรื่องเสร็จจะได้รับ ใบรับคำขอใช้สิทธิ์ฯ ต้นฉบับไว้ แล้วเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบว่า อีกประมาณ 4 เดือนจะมีหนังสือยืนยันสิทธิ์ส่งไปให้ที่บ้าน

ดาวน์โหลด

ที่มา :: เจ้าของบล๊อกเพิ่งยื่นเรื่องไปเมื่อวันที่ 19 กค. 2555  นี้เอง ด้วยความปราถนาดีจึงขอแบ่งปันให้กับทุกท่าน หากมีข้อมูลใดผิดพลาด ต้องขออภัย ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

งานล้มเหลวไม่ได้แปลว่าตัวคุณล้มเหลว*

งานล้มเหลว ไม่ได้แปลว่า ตัวคุณล้มเหลว
งานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของคุณ
อย่าให้ความล้มเหลวของงานมาบั่นทอนคุณค่าของตัวคุณ
หรือความเคารพตนเอง
 
เพราะคุณยังมีอีกหลายด้านหลายฐานะ ที่คุณอาจทำได้ดี เช่น
เป็นลูกที่ดี เป็นพ่อแม่ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี หรือเป็นคนดี
เหล่านี้ล้วนมีค่าที่ควรแก่ความภาคภูมิใจ
อย่ามองความล้มเหลวว่าเป็นเรื่องไม่ดีไปเสียหมด
ลองมองหาส่วนดีหรือประโยชน์จากความล้มเหลว

อย่างหนึ่งที่คุณน่าจะได้คือ ความรู้ว่าอะไรไม่ควรทำ อะไรที่ควรหลีกเลี่ยง
ความรู้หรือบทเรียนดังกล่าว ไม่ควรปล่อยทิ้งไปเปล่าๆ
แต่ควรเอามาใช้ประโยชน์สำหรับการงานในปัจจุบันและอนาคต
อย่างน้อยก็ช่วยหลีกเลี่ยงความผิดพลาดซ้ำรอยเดิมได้


ใช่หรือไม่ว่าคนเราเรียนรู้จากความล้มเหลว ได้มากกว่า ความสำเร็จ
เด็กเล็กเดินเป็นได้ ก็เพราะผ่านการล้มนับครั้งไม่ถ้วน
การล้มแต่ละครั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่เด็กจนเดินได้คล่องแคล่วในที่สุด
ความล้มเหลวที่ไม่ช่วยให้เราฉลาดขึ้น
หรือเข้มแข็งขึ้นแม้เล็กน้อย ถือว่า “ขาดทุน”


ควรมองความล้มเหลวว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จไปทุกเรื่องและทุกครั้ง
เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ต้องผ่านทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้
ดังนั้นจึงอย่ากลัวความล้มเหลว และอย่าให้ความล้มเหลวที่รออยู่ข้างหน้า
มาทำให้คุณลังเลใจในการทำสิ่งที่ดีงามหรือถูกต้อง
ทั้งๆ ที่รู้ว่าล้มเหลวแน่ แต่หากเป็นสิ่งถูกต้อง ชอบธรรม ก็สมควรทำ
เพราะถึงอย่างไรยังดีกว่าชัยชนะจากการทำสิ่งเลวร้าย

ประการสุดท้ายที่พึงตระหนักก็คือ
ความสำเร็จและความล้มเหลวนั้น
ไม่อยู่ในอำนาจของคุณหรือของใครคนใดคนหนึ่ง
จึงไม่อาจควบคุมให้เป็นไปตามใจคุณได้
หากขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยมากมายที่อยู่นอกตัวคุณ
บางครั้งแม้คุณจะทำดีที่สุด แต่เหตุปัจจัยอื่นๆ ไม่อำนวย ก็ล้มเหลวได้

ดังนั้นจึงไม่ควรเป็นทุกข์ หรือโทษตัวเองเมื่อประสบความล้มเหลว
จะให้ดี หากรู้เช่นนี้แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
ก็ควรปล่อยละวางจากความคาดหวังในเรื่องความสำเร็จ
และพร้อมทำใจยอมรับความล้มเหลว เมื่อวางใจได้เช่นนี้แล้ว
ความล้มเหลวก็ไม่อาจทำอะไรคุณได้

ที่มาของบทความอันแสนปลื้ม : http://www.xn--42c6decah6b4d6e6ctb.com

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

รักเอ่ย รักคืออะไร รักจริงๆ เป็นเช่นไหน

รักเอ่ย รักคืออะไร รักจริงๆ เป็นเช่นไหน หรือเป็นเช่นบทความนี้น๊ออ

รัก………. แท้..เป็น………………ตำนาน
รัก………. สิ้นลมปราน..เป็น…….บทประพันธ์

รัก………. ไม่แปรผัน..เป็น………นิยาย
รัก………. จนวันตาย..เป็น………นิทาน

รัก………. ตลอดกาล..เป็น………ละคร
รัก………. อยู่ทุกตอน..เป็น………ละครน้ำเน่า

รัก………. ไม่เคยเก่า..เป็น………จริงช่วงแรก
รัก………. ในความแปลก..เป็น….คำฮิต

รัก………. ด้วยชีวิต..เป็น………..ลิเก
รัก………. ไม่โลเล..เป็น………….ความฝัน

รัก………. เธอนิรันดร์..เป็น……….ชื่อเพลง
รัก………. นะตัวเอง..เป็น………..เด็กอมมือ

รัก………. ซื่อสัตย์..เป็น………….คำลวง
รัก………. หมดทรวง..เป็น……….คำติดปาก

รัก………. เธอมาก..เป็น………….คำฮอต
รัก………. เดียวตลอด..เป็น……..ไปไม่ได้!!!!!

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

คำคม,,,ข้อคิด,,,กำลังใจ

  1. พอใจเท่าที่มี ยินดีเท่าที่ได้
  2. เลื่อนตัวเองขึ้น   แต่อย่าลดคนอื่นลง
  3. จะสูงจะต่ำอยู่ที่เราทำตัว จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเราทำ
  4. ทำแล้วเสียใจ ยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
  5. ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตคือ ตัวเราเอง
  6. นับถือตัวเอง นับถือผู้อื่น และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ
  7. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตคือการยอมแพ้ตัวเอง 
  8. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนปากเสีย พูดให้น้อย คิดให้มาก 
  9. ใครที่นินทา "คนอื่น" ให้เราฟัง… ก็จะนินทา "เรา" ให้คนอื่นฟัง เช่นเดียวกัน
  10. มีแต่การกระทำกับคำพูดเท่านั้นที่บอกได้ว่าคุณน่าเคารพรึเปล่า
  11. ทำตามหน้าที่แล้วมีปัญหา ยังดีกว่ามีปัญหาเพราะไม่ทำตามหน้าที่ 
  12. น้ำหวาน "ฆ่ามด" ที่เผลอตน คำหวาน "ฆ่าคน" ที่เผลอใจ 
  13. ความเชื่อใจเหมือน ยางลบ ผิดบ่อยๆ ยางลบก็ก้อนเล็กลง
  14. ถ้าไม่ปล่อยวางอดีต ก็จะไม่รู้จักอนาคต
  15. ไม่มีมิตรถาวรและศัตรูที่แท้จริง

อะไรที่ตัดสินใจไปแล้ว จงยอมรับผลของการตัดสินใจนั้น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย !!!
เพราะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่สามารถเรียนรู้จากมันได้...

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

Happy Workplace คู่มือความสุข 8 ประการในที่ทำงาน

Happy 8 คือเครื่องมือหนึ่งในการสร้างความสุขในชีวิตของคนทำงาน โดยประกอบไปด้วย

Happy Body (สุขภาพดี) มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและจิตใจ

Happy Heart (น้ำใจงาม) มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกัน

Happy Soul (ทางสงบ) มีความศรัทธาในศาสนาและมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต

Happy Relax (ผ่อนคลาย) รู้จักผ่อนคลายต่อสิ่งต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิต

Happy Brain (หาความรู้) การศึกษาหาความรู้ พัฒนาตนเองตลอดเวลา

Happy Money (ปลอดหนี้) มีเงินรู้จักเก็บ รู้จักใช้ ไม่เป็นหนี้

Happy Family (ครอบครัวดี) มีครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคง

Happy Society (สังคมดี) มีความรักสามัคคี เอื้อเฟื้อต่อชุมชนที่ตนทำงานและที่พักอาศัย

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/partner/books_rec/4034

ทำตัวให้ได้เหมือน อูฐ ปลา หมา และควาย คุณก็จะมีความสุขกับการทำงาน

ชีวิตการทำงาน ก็คงเปรียบเหมือนคลื่นของทะเล มีราบเรียบ และมีคลื่นโหมกระหน่ำ แต่เราจะทำตัวอย่างไรให้รู้สึกดี มีความสุขในการทำงาน ไม่บั่นทอนจิตใจให้ทำงานอย่างไม่มีความสุข โดยนำศิลปะการคลองตัวแบบสัตว์สี่ประเภท มาบอกกัน นั่นก็คือ “อดทนเหมือนอูฐ ไม่พูดเหมือนปลา ซื่อสัตย์เหมือนหมา โง่เหมือนควาย” หากนำลักษณะเด่นแต่ละอย่างของสัตว์ทั้ง 4 ประเภท มาใช้ในชีวิตการทำงานแล้ว จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร?

•จงเป็นอูฐ หมายถึง คุณต้องอาศัยความอดทน อดกลั้น ทนฟังลูกค้าต่อว่า บ่น หรือถึงขั้นด่าว่าก็มีมาก ฉะนั้น คุณอาจต้องนับ 1-10,000 ในใจ เพื่อเก็บอารมณ์ ห้ามโต้ตอบ หรืออย่าไหลไปกับอารมณ์ของลูกค้า เรียกว่า เค้าว่าอะไรมายิ้มรับ และทำได้เพียงรับฟังแต่โดยดีเท่านั้น

•จงเป็นปลา หมายถึง บางครั้งการนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยปากพูดอะไร ก็จะเป็นการดี เช่น ถ้าเราเจอกับลูกค้าที่ไม่มีเหตุผล และไม่เปิดใจรับฟังข้อมูลชี้แจงใด ๆ การปล่อยให้เค้าได้ระบายอารมณ์ พูดในสิ่งที่อัดอั้นตันใจของเค้านั้น ก็ดีไปอีกแบบหนึ่ง คนบางคน เวลาที่ไม่พอใจหรือมีอะไรไม่ได้ดั่งใจขึ้นมา ก็เพียงต้องการให้ได้ระบาย ฉะนั้น ถ้าเราทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ก็ไม่เห็นเสียหาย ดีกว่าจะไปต่อปากต่อคำให้เรื่องยิ่งบานปลาย สำนวนไทยที่ว่า พูดไปสองไพเบี้ย

•จงเป็นหมา หมายถึง เราต้องทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต เพราะถ้าคุณรักจะทำงานคุณก็ต้องไม่ลืมว่า คุณจะต้องพร้อมเสมอ ที่จะต้อง Service การนำเสนอสิ่งดี ๆ ให้กับนายย่อมถูกต้องเสมอ ต้องแสดงถึงความจริงใจในการบริการและความซื่อสัตย์ในการทำงานให้เห็น ว่าเรามี Service Mind เพียงใด

•จงเป็นควาย คนเรามักจะมองว่า ควายนั้นเป็นสัตว์ที่โง่ แต่บางครั้งการทำงาน เราเองก็ต้องทำเป็นโง่บ้างเพื่อให้คนอื่นดูฉลาดมากขึ้น ถ้าคุณเจอคนที่ชอบแสดงออก อวดรู้ว่าเค้านั้น รู้โน่น รู้นี่ ขี้โม้ ชอบโอ้อวด ให้จำไว้เถิดว่า คนพวกนี้ เค้ามักจะชอบแสดงภูมิปัญญาของตนเองให้คนอื่นได้รู้ จะเป็นไรไปเล่า ถ้าสิ่งที่เค้าพูดออกมานั้น คุณก็รู้ไม่ได้น้อยหรือมากกว่าเค้าด้วยซ้ำ แต่การแกล้งโง่ บางครั้งก็สามารถทำให้คนอื่นรู้สึกดีได้นี่ การแกล้งโง่ของคุณก็สามารถทำให้คนบางคนรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองได้มาก จนกระทั่งส่งผลดีกับการทำงานบริการของคุณก็เป็นได้

ที่มา: http://th.jobsdb.com/TH/EN/V6HTML/Home/customer_editor1.htm